พล.ต.พยงค์ สุขมา คล้อง พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ มากว่า 40 ปี

พล.ต.พยงค์ สุขมา คล้อง พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ มากว่า 40 ปี



ความเชื่อ-ความศรัทธาของคนไทยเราตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน พระเครื่อง พระบูชา เครื่องรางของขลัง และวัตถุมงคลต่างๆ ที่นิยมคล้องติดตัวเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ หากพระเครื่องที่มีอยู่ได้รับมาจากพระเถระหรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ย่อมเป็นของรักของหวง และมีคุณค่ายิ่งนัก

พล.ต.พยงค์ สุขมา นายทหารประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 กองงานส่วนพระองค์ เป็นอีกท่านหนึ่งที่ชื่นชอบสะสมพระเครื่อง พระบูชา สะสมด้วยความศรัทธามายาวนานกว่า 50 ปี ด้วยความศรัทธาว่าพระเครื่องที่มีพุทธคุณดีสามารถที่จะช่วยเหลือคุ้มครองเรา จากภยันตรายได้

ความเชื่อส่วนตัวของพล.ต.พยงค์นั้นเชื่อว่า พระเครื่องทุก องค์ท่านมีพุทธคุณที่ดีมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมวลสารที่ผสมอยู่ในองค์พระ ที่เป็นมวลสารที่เป็นสิริมงคล ประกอบกับการจัดทำพิธีพุทธาภิเษก ที่มีการสวดบทวิชาคาถาที่เป็นสิริมงคลทั้งสิ้น พระที่มาร่วมพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิตก็เป็นพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ หรือเป็นพระสุปฏิปันโนอยู่แล้ว


พล.ต.พยงค์ บอกเล่าว่า "ผมมีความเคารพนับถือและศรัทธาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ผมจึงคล้อง พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ที่ได้มากว่า 40 ปี ซึ่งเมื่อคล้องติดตัวแล้วรู้สึกว่าจิตใจสบาย มีความเชื่อมั่น ทำอะไรมักจะสำเร็จ ซึ่งก่อนที่จะนำมาคล้องคอก็จะอาราธนาด้วยพระคาถา สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา และต่อด้วยพุทธังประสิทธิ์ ธัมมังประสิทธิ์ สังฆังประสิทธิ์ เพื่อจะให้ท่านได้คุ้มครองเรา

...ผมเคยสวดคาถา ขอพรและอธิษฐานจิต เพื่อให้ทำงานสำเร็จในขณะรับราชการทหารชายแดนภาคใต้ โดยขอพรจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และหลวงพ่อโสธร โดยส่วนมากผมขอพรท่านมักจะประสบความสำเร็จทุกอย่างไป หากสำเร็จแล้วก็จะไปขอกราบท่านที่วัดระฆังโฆสิตารามและวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา"

พล.ต.พยงค์ เปิดเผยว่า พระเครื่องของตนส่วนใหญ่ได้รับตกทอดมาจากคุณปู่และคุณพ่อ เป็นมรดกสืบต่อกันมา จนตกมาถึงรุ่นลูกหลาน พระเครื่องที่มีติดตัวอยู่ทุกวันเรียกว่าขาดไม่ได้เลย จะเป็นพระเครื่องชุดใหญ่มีอยู่หลายองค์ด้วยกัน เรียกได้ว่ามีติดตัวไม่เคยขาดมายาวนาน

"ส่วนใหญ่จะเป็นพระเมตตา ส่วนพุทธคุณอยู่ยงคงกระพันก็มีบ้าง ผมมองที่พุทธคุณมากกว่าพุทธศิลป์ ดูถึงพลังของวัตถุมงคลและวัตถุประสงค์ในการสร้างการแผ่บารมีในการนั่งปรก ปลุกเสก ซึ่งพระเกจิท่านมีพลังเมตตาบารมีเป็นพลังที่สูงที่สุด เหมาะสำหรับบูชา แค่เราแผ่เมตตาให้กับทุกคนภัยก็สยบหมดแล้ว
... ผมเคยเฉียดตายมาหลายครั้ง ด้วยเราเป็นทหาร ต้องลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดน มีการยิงปะทะกันกับคนร้ายหลายครั้ง และอีกหลายเหตุการณ์ในสนามรบ แต่รอดตายมาได้ แม้จะมีบาดเจ็บบ้างแต่ไม่หนักถึงขั้นเสียชีวิต ผมจึงมีความศรัทธาในพระเครื่อง และอีกอย่างการเป็นทหาร ทำงานรับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ถือว่าเป็นพุทธคุณที่ดีคุ้มครองมาถึงปัจจุบันนี้"

สำหรับพระที่มีอยู่นั้น พล.ต.พยงค์ ชอบที่จะศึกษาหาประวัติทั้งหมดตั้งแต่ใครเป็นผู้จัดสร้าง เมื่อใด พระเครื่องมีเนื้ออะไรบ้าง สร้างจำนวนกี่องค์ และมีพระเกจิอาจารย์ใด บ้าง หรือเป็นพระเกจิอาจารย์เพียงรูปเดียวที่จัดสร้างและนั่งปรกอธิษฐานจิตเดียว เพื่อจะได้รู้ถึงพุทธคุณและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการออกปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.พยงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พระเครื่องทุก องค์มีพุทธคุณดีเยี่ยมอยู่แล้ว การห้อยพระนั้นต้องขึ้นอยู่กับผู้มีอยู่ด้วยว่ามีการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบหรือไม่ หากมีพระดีแต่คนทำตัวไม่ดีพระท่านก็ไม่คุ้มครอง แต่หากคนที่มีแล้วประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี ก็จะเป็นการเสริมให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ยึดหลักความถูกต้อง ทำความดี

ความคิดเห็น