คุยกับ อั้ง เมืองชล (สมภพ ไทยธีระเสถียร) มณเฑียร พลาซ่า

คุยกับ อั้ง เมืองชล (สมภพ ไทยธีระเสถียร) มณเฑียร พลาซ่า


เพิ่งได้รับตำแหน่งรองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาไทย จากการประชุมใหญ่ประจำปี 2556 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเร็วๆ นี้ "สมภพ ไทยธีระเสถียร" หรือ "อั้ง เมืองชล" เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า
เกิดที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อปี 2500 มีความสนใจพระเครื่องมาตั้งแต่เด็ก เริ่มเข้าสู่วงการพระเครื่อง พ.ศ.2515 อายุ 15 ปี ได้ไปเช่าพระเครื่ององค์แรกที่หาเช่า คือ เหรียญเจ้าคุณ

นรรัตนราชมานิต วัดเทพศิรินทร์ มีประสบการณ์มากมาย ทำให้สนใจการศึกษาพระเครื่องเป็นต้นมา เริ่มศึกษาหาความรู้ในเรื่องพระเครื่องอย่างจริงจัง จนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชี่ยวชาญในการดูพระ จึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินพระเครื่อง ชุดพระปิดตา ในปี พ.ศ.2520 ในปัจจุบัน ยังเป็นกรรมการตัดสินพระเครื่องของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย

กระทั่งในปี พ.ศ.2533 ได้รับเกียรติจากสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ให้เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี



บนเส้นทางสู่การเป็นเซียนพระชื่อดัง "อั้ง เมืองชล" ผ่านการฝึกฝน เรียนรู้ สังเกต และจดจำ ผ่านการดูพระมาเป็นจำนวนมากมาย พบทั้งของจริงและเลียนแบบจำนวนนับไม่ถ้วน จนเชี่ยวชาญ โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการพระเครื่องให้การชี้แนะ เช่น พิศาล มูลศาสตรสาทร, ประจำ อู่อรุณ, ชลอ รับทอง และอีกหลายๆ ท่านที่เมตตา จนยืนอยู่ในวงการพระเครื่องมานานกว่า 20 ปี
ในปี พ.ศ.2536 ได้รับความกรุณาจาก "กำพล กาญจนเกื้อกูล" เจ้าของร้านทองกาญจนศิลป์ ได้ชักชวนมาเปิดร้านพระเครื่องที่ร้านกาญจนศิลป์ ย่านบางลำพู ต่อมายังได้รับความเมตตาจาก "บุญเนตร ตันตกิตต์" เจ้าของโรงแรมมณเฑียร ย่านถนนสุริวงศ์ บางรัก และ "ถาวร โสภีอมร" ให้มาร่วมเปิดศูนย์รวมพระเครื่องมณเฑียรพลาซ่า จนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันบริหารงานที่ร้านพระเครื่อง "อั้ง เมืองชล" ที่อาคารทรงไทยมณเฑียรพลาซ่า รับหน้าที่เป็นประธานชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซ่า และยังได้รับเกียรติจาก สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกสมาคม
ด้านสังคม ในฐานะรองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย รับหน้าที่ดูแลการประกวดพระเครื่องพระบูชา ในฐานะตัวแทนสมาคม ได้จัดระเบียบการประกวดพระเครื่อง ดูว่าสิ่งไหนไม่ถูกต้องในการประกวดพระเครื่องเราก็ตัดออกไป

เซียนอั้ง บอกกล่าวอีกว่า "ท่านนายกสมาคม ได้พูดเสมอ เราต้องจัดงานประกวดพระเครื่องให้โปร่งใส ให้เป็นมาตรฐาน ทางเราและคณะผู้จัดงานประกวด ต้องเข้าแก้ไขและจัดระเบียบให้เป็นมาตรฐานสากล ค่อยเป็นค่อยไป และที่สำคัญกับสมาชิกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เราร่วมกันจัดหาสวัสดิการให้กับสมาชิกและคณะกรรมการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกและคนในวงการพระเครื่องฯ ที่ได้รับความเดือดร้อน ยามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือที่ได้รับอุบัติเหตุ เป็นทุนช่วยเหลือในการรักษาและจุนเจือครอบครัวต่อไป"

มองอย่างเซียน


ความคิดเห็น